วันจันทร์ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

การป้องกันและแก้ไขความขัดแย้งทางครอบครัว

สมาชิกในกลุ่ม 
นางสาวดลนภัสร์  เที่ยงจรรยา  ม.5/10  เลขที่ 2
นางสาวปฐวี  ทองดอนเกื้อง  ม.5/10  เลขที่ 3
นางสาวเปรมรวี  ธีรวิชยางกูร  ม.5/10  เลขที่ 4
นายภูวดล รัตนศรีทอง  ม.5/10 เลขที่ 14
นายศุภกร  ลิมป์ธนบดี  ม.5/10  เลขที่ 15
นางสาววิภากร  คล้ายดอกจันทร์  ม.5/10  เลขที่ 21



       ความขัดแย้งเป็นสิ่งที่สามารถเกิดขึ้นได้เป็นปกติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาความขัดแย้งในครอบครัว เนื่องจากสถาบันครอบครัวนับเป็นสถาบันที่ใกล้ชิดกับเรามากที่สุด ซึ่งอาจมีสาเหตุมาจากความเชื่อประเพณี ทัศนคติที่แตกต่างกัน หรือสภาพสังคมที่ครอบครัวอยู่ แต่อย่างไรก็ตาม การแก้ปัญหาความขัดแย้งของแต่ละบุคคลนั้น ก็มีวิธีที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งบางวิธีอาจนำไปสู่ความแตกแยก และความหายนะภายในครอบครัว

        แนวทางในการป้องกันและแก้ไขปัญหาความขัดแย้งทางครอบครัวนั้น จะต้องทำอย่างประนีประนอม และมีสติ ปราศจากความรุนแรง ดังต่อไปนี้...

แนวทางการป้องกันความขัดแย้งทางครอบครัว

1. สร้างสัมพันธ์ที่ดีต่อสมาชิกในครอบครัว ปลูกฝังความรัก และความเข้าใจกันระหว่างสมาชิก
2. ไม่ก้าวก่ายล่วงล้ำสิทธิของผู้อื่นจนเกินไป ไม่ว่าจะด้วยการบังคับ ข่มขู่ หรือทำร้ายร่างกาย
3. รู้จักควบคุมและจัดการกับอารมณ์ รวมถึงความคิดของตนเอง
4. หลีกเลี่ยงการยุ่งเกี่ยวกับอบายมุขต่างๆที่อาจก่อให้เกิดความรุนแรงในครอบครัว เช่น การดื่มสุรา การเล่นพนัน เป็นต้น

        แนวทางการแก้ปัญหาโดยไม่ใช้ความรุนแรง


         การใช้ความรุนแรงในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งในครอบครัวไม่ใช่วิธีแก้ปัญหาที่ถูกต้อง ส่วนมากพบว่าผู้ที่นิยมแก้ไขปัญหาความขัดแย้งในครอบครัวโดยใช้ความรุนแรงจะมีประสบการณ์ชีวิตซึ่งถูกเลี้ยงดูมาในครอบครัวที่ใช้ความรุนแรงในการแก้ปัญหา  เช่น  ถูกทุบตี  ตบหน้าหรือถูกลงโทษอย่างรุนแรงจากพ่อแม่หรือญาติผู้ใหญ่ภายในครอบครัว 

แนวทางการปฏิบัติตนในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งในครอบครัวโดยไม่ใช้ความรุนแรง มีดังนี้

1.    เรียนรู้วิธีการควบคุมอารมณ์  และระบายความโกรธ  โดยไม่ทำร้ายผู้อื่น
2.    ปลูกฝังความรักและความเข้าใจกันในครอบครัว  พูดจากันด้วยเหตุผล  เห็นใจผู้อื่นอ่อนแอกว่า  ไม่ใช้ความรุนแรงต่อกัน
3.    สร้างสัมพันธภาพที่อบอุ่น  เอาใจใส่  มีบรรยากาศของความเป็นมิตร
4.    มีเทคนิคการหลีกเลี่ยงหรือการจัดการอย่างเหมาะสมเมื่อถูกก้าวร้าว
5.    สร้างความภาคภูมิใจในครอบครัวและวงศ์ตระกูล
6.    สร้างความมั่นคงในอารมณ์  มีความเชื่อมั่นใจตนเอง  เพิ่มความรู้สึกมีคุณค่าในตนเอง
7.    มีภูมิต้านทานแรงกดดันของพฤติกรรมก้าวร้าวจากบุคคลในครอบครัว
8.    จัดการกับอารมณ์และความเครียด เพราะเมื่อเกิดอารมณ์ไม่ดีอาจก่อให้เกิดการใช้ความรุนแรง ด้วยการเข้าร่วมกิจกรรมกีฬา  นันทนาการ  ดนตรี  สวดมนต์  นั่งสมาธิ
9.    ขอปรึกษาจากญาติหรือเพื่อนที่ไว้ใจได้  หรือหน่วยงานของภาครัฐและเอกชน  เพื่อช่วยเข้ามาไกล่เกลี่ยประนีประนอม  เจรจาตกลงปัญหาความขัดแย้ง  เปลี่ยนแปลงพฤติกรรมความรุนแรง  และยุติการใช้ความรุนแรง
10.   หลีกเลื่องปัจจัยที่อาจก่อให้เกิดความรุ่นแรง  เช่น  การดื่มสุรา  การคบชู้  เล่นการพนัน การทะเลาะเบาะแว้งมีเรื่องกันปัจจัยเหล่านี้ก่อให้เกิดความรุ่นแรงได้
11.   มีค่านิยมที่ถูกต้อง เช่น ผู้ชายไม่ถืออำนาจและทำรุ่นแรงกับผู้หญิง  ไม่มีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควร รู้จักใช้ถุงยางอนามัย และไม่ก่อคดีข่มขืน

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น